....... ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์   เทศบาลตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  ..........  สหัสขันธ์รื่นรมย์  พระพรหมภูสิงห์  สวยยิ่งเขื่อนลำปาว  ภูค่าวพระนอน  พักผ่อนแหลมโนนวิเศษ  อาเขตไดโนเสาร์  ภูกุ้มข้าวสัตว์โลกล้านปี
 

ประวัติหมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมาของบ้านโนนบุรี

บ้านโนนบุรี หมู่ที่  1 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525  มีอายุราว 33 ปี  โดยเมื่อปี พ.ศ. 2510  รัฐบาลโดยกรมชลประทานได้ดำเนินการสร้างเขื่อนลำปาวเพื่อกักเก็บน้ำใช้ในการเกษตร ซึ่งเป็นเขื่อนดินมีพื้นที่ขนาดใหญ่กินพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร  มีผลทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนของราษฎร  ราษฎรต้องอพยพหนีน้ำมาจากตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิม  ชาวบ้านเรียกบ้านเก่า  หรืออำเภอเก่า  มาตั้งบ้านเรือนอยู่โคกภูสิงห์  ซึ่งเป็นพื้นที่การปกครองของนิคมสร้างตนเองลำปาว แต่เดิมที่ตั้งบ้านหมู่ที่ 1  อยู่ในเขตตำบลภูสิงห์  แต่ด้วยตำบลภูสิงห์มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก  จึงได้แยกออกเป็น  3  หมู่บ้าน  อยู่ในเขตของตำบลโนนบุรี  ในสมัยของนายอำเภอเรืองบุญ  สิริธรังสี  โดยชื่อตำบลโนนบุรี  ใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติกับ  ท่านนายบุรี  พรหมลักขโณ  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ในสมัยนั้น
นิคมสร้างตนเองลำปาว  ได้จัดสรรที่ดินให้ราษฎรบริเวณโคกเขาภูสิงห์  โดยจัดเป็นล็อค  โคกเขาภูสิงห์  มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์  เช่น  ป่ากุง  จิก  ราษฎรได้ตัดไม้เหล่านี้มาสร้างบ้าน  โดยทางราชการให้สร้างบ้านเป็นห้องแถวที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น  คือ  ลักษณะอาคารเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวติดต่อกันหลายคูหา  สร้างพร้อมกันเมื่อปี  พ.ศ. 2511  ครอบครัวละ  3  ห้อง  มี  90  ครอบครัว  ซึ่งปัจจุบันห้องแถวนี้บางหลังยังคงสภาพเดิมและบางหลังได้ปรับปรุงเป็นห้องแถวสมัยใหม่  แต่ก็ยังคงเป็นห้องแถวรูปแบบเดิมอยู่  โดยเฉพาะถนนกลางเมืองยังสามารถคงความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนหมู่ที่  1  ได้เป็นอย่างดี   ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นตลาดเก่าแก่และเป็นที่รู้จักของชาวกาฬสินธุ์  ความเป็นอยู่ของราษฎรถือว่าดี  แต่การคมนาคมยังไม่สะดวก  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร  ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์สมัยนั้น  จึงได้นำประชาชนร่วมใจกันสร้างพระพรหมภูมิปาโล ประดิษฐานบนหลังเขาภูสิงห์  ในปี พ.ศ.2512  เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน  จากนั้นทางสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.)  ได้มาดำเนินการสร้างถนน  สระน้ำ  ในภายหลังเพื่อให้มีน้ำใช้  นอกจากนั้นราษฎรบางส่วนก็ได้ขุดสระน้ำเพื่อใช้เองบริเวณหลังบ้าน

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของชาวบ้านบ้านโนนบุรีเป็นชุมชนเมือง  คือ  อยู่ในเขตเทศบาลโนนบุรี  หมู่ที่ 1  เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจค้าขาย  แต่มีการอนุรักษ์สภาพบ้านเรือนเป็นห้องแถวไม้เก่าแก่  ตั้งแต่ตั้งเป็นอำเภอสหัสขันธ์เมื่อปี พ.ศ. 2510  ซึ่งสามารถหาดูได้ยากในปัจจุบัน  และคนในชุมชนได้มีการสืบสานภูมิปัญญาและประเพณี  เช่น  การทอเสื่อกก  การทำขนมโบราณ  หรือการจัดงานประเพณีประจำปี  เช่น  บุญประเพณีปีใหม่ แห่เทียนเข้าพรรษา  วัฒนธรรมรำวงคองก้า  รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ  จัดงานวันแม่แห่งชาติ  ตักบาตรเทโวโรหะณะ  ในวันออกพรรษา  เป็นต้น  ซึ่งมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกปี

ดังนั้นเทศบาลตำบลโนนบุรี  ร่วมกับชุมชนบ้านโนนบุรี  ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอสหัสขันธ์  ชมรมรักษ์บ้านเกิดตลอดจนหน่วยงานทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของบ้านไม้โบราณดังกล่าว  เห็นควรอนุรักษ์ไว้เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสหัสขันธ์  ทำให้เกิดโครงการพัฒนาเมืองอุทยานโลกไดโนเสาร์ (ถนนคนเดิน)  Sahatsakhan  Dino Road   เพื่อร่วมกันผลักดันส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนา  ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง  ที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาและได้มาชมสภาพของชุมชนเก่าแก่ย้อนอดีตความเป็นอยู่  ตลอดจนสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านโนนบุรี  อีกทั้งสหัสขันธ์ไดโนโรดยังสามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆได้อีกด้วย



การพัฒนาหมู่บ้านด้วยข้อมูลสารสนเทศ

การพัฒนาหมู่บ้านด้วยข้อมูลสารสนเทศ

5555การพัฒนาหมู่บ้านด้วยข้อมูลสารสนเทศบ้านโนนบุรี เป็นการดำเนินงานตามโครงการหมู่บ้านสารสนเทศต้นแบบ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของสำนักงานพัฒนามชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์  กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  ซึ่งสอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ.2555-2559   ประเด็นยุทธศาสตร์ที่  2 เสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารชุมชนกลยุทธ์ที่  2.1  บริหารจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนาชนบทไทย กำหนดให้มีการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการชุมชน มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประชาชนสามารถบริหารจัดการตนเอง แก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2558   กำหนดให้ทุกจังหวัดคัดเลือกหมู่บ้านสารสนเทศต้นแบบเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต   จังหวัดละ  1 หมู่บ้าน โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านสารสนเทศต้นแบบระดับอำเภอ เพื่อเป็นตัวแทนระดับจังหวัดส่งเข้าประกวดหมู่บ้านต้นแบบการจัดการสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับภาค ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ.2558
กรมการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดให้มีการประกวดในระดับเขตตรวจราชการแทน
6666  
มีวัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อให้ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน ในการศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ตระหนักถึงความสำคัญ เห็นประโยชน์ของข้อมูล ยอมรับ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์
  2. เพื่อให้ชุมชนสามารถจัดทำข้อมูลสารสนเทศชุมชนแบบบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน
  3. เพื่อให้ชุมชนบริหารจัดการระบบข้อมูล สารสนเทศชุมชนแบบบูรณาการเพื่อยกระดับการพัฒนาชุมชน

เป้าประสงค์

  1. รูปแบบการจัดการสารสนเทศเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการชุมชน
  2. เครือข่ายการพัฒนาระบบสารสนเทศชุมชน

กระบวนการขับเคลื่อน

  1. นำข้อมูล จปฐ./ข้อมูลพื้นฐาน  กชช.2ค ข้อมูลบัญชีครัวเรือน ข้อมูลทุนชุมชน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจชุมชน ข้อมูลด้านสังคม ข้อมูลด้านสุขภาพ ฯลฯ มาประมวลผล วิเคราะห์
  2. สร้างทีมงาน โดยการบูรณาการทุกระดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
  3. มีเครื่องมือ ประกอบด้วย โปรแกรมการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น โปรแกรมบันทึกและประมวลผล จปฐ. กชช.2ค. โปรแกรมเรดา อนาไรซีส แผนชุมชน เว็บไซต์ เวทีประชาคม
  4. กำหนดประเด็นทางเลือกเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
    1. สารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอาชีพ
    2. สารสนเทศเพื่อการพัฒนาทุนชุมชน
    3. สารสนเทศเพื่อการจัดการความเสี่ยงของชุมชน
    4. สารสนเทศเพื่อการแก่ปัญหาความยากจน
    5. สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการชุมชน

image011

โดยนำสิ่งที่ได้กล่าวมาๆผ่านกระบวนการจัดการความรู้ กระบวนการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การจัดการสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตต้นแบบ

IMG_5501

 


 

ข้อมูล จปฐ

ในการกำหนดทิศทาง และเป้าหมายการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน บ้านโนนบุรี หมู่ที่ 1 ตำบลโนนบุรี ได้มีการใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ เช่น ข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลสภาพปัญหา ความต้องการที่เกิดขึ้นจริง และผ่านการรับรองจากเวทีประชาคมหมู่บ้าน

พื้นฐาน

IMG_20150629_0012

1. ข้อมูลรายได้ของคนในหมู่บ้าน/ชุมชนในรอบปีที่ผ่านมา  จากข้อมูลพื้นฐานปี  2558

ครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยต่อปี  535,480 บาท  และมีรายได้เฉลี่ยคนละ  170,637 บาทต่อปี  ดังนี้

– รายได้จากการค้าขาย                30,085,906  บาท      จำนวน  150    คน

– รายได้จากการรับราชการ       18,252,052  บาท      จำนวน       91    คน

– รายได้จากการรับจ้างทั่วไป        12,034,320  บาท    จำนวน   60    คน

– รายได้จากการทำธุรกิจส่วนตัว    10,028,600  บาท  จำนวน   50    คน

– รายได้จากการเป็นพนักงานรับวิสาหกิจ  2,808,008  บาท  จำนวน  14  คน

– รายได้จากการทำการเกษตรกรรม-ทำนา  1,404,004  บาท  จำนวน  7  คน

– รายได้จากอื่นๆ  5,014,300  บาท  จำนวน  25  คน

รวม รายได้ทั้งสิ้น  79,627,190  บาท

2. ข้อมูลรายจ่ายของคนในหมู่บ้าน/ชุมชนในรอบปีที่ผ่านมา  จากข้อมูลพื้นฐานปี  2558

ครัวเรือนมีรายจ่ายทั้งหมด  62,748,115  บาท  ซึ่งหมายถึงในแต่ละครัวเรือนจะมีรายจ่ายเฉลี่ย  ปีละ  402,339  บาท  เฉลี่ยคนละ  128,210  บาทต่อปี  ดังนี้

– รายจ่ายด้านต้นทุนเพื่อการผลิต  14,110,505  บาท

– รายจ่ายในการอุปโภคบริโภค (ที่จำเป็น)  31,373,225  บาท

– รายจ่ายในการอุปโภคบริโภค (ที่ไม่จำเป็น)  3,646,535  บาท

– ชำระหนี้สิน                                          13,618,035  บาท

รวม รายจ่ายทั้งสิ้น                            62,748,300  บาท